6.สถานที่ท่องเที่ยว รอบเมืองนิกโก

6.สถานที่ท่องเที่ยว รอบเมืองนิกโก

ทัวร์ญี่ปุ่น นิกโก้(Nikko) นิกโก(nikko) มรดกโลกที่ญี่ปุ่น  เที่ยวเมืองนิกโก  เมืองนิกโก้ สถานที่เที่ยวเมืองนิกโก ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์นิกโก

ทัวร์ญี่ปุ่น นิกโก้(Nikko) นิกโก(nikko) มรดกโลกที่ญี่ปุ่น เที่ยวเมืองนิกโก เมืองนิกโก้
สถานที่เที่ยวเมืองนิกโก ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์นิกโก

เมืองนิกโกเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในทิวเขาในจังหวัดโทจิงิ ประเทศญี่ปุ่น อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศเหนือประมาณ 140 กิโลเมตร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ ในเมืองเป็นที่ตั้งของสุสานของโชกุนโทกูงาวะ อิเอยาซุกับโทกูงาวะ อิเอมิตสึผู้เป็นหลาน และศาลเจ้าฟูตาราซังอายุกว่า 1,200 ปี และยังมีรีสอร์ทน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย ทิวเขาทางตะวันตกของเมืองเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินิกโก เป็นที่ตั้งของน้ำตกและเส้นทางชมทิวทัศน์ที่กล่าวกันว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเมืองนิกโกเมืองเล็กๆ ค่อนข้างเงียบสงบ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากก็จะอยุ่ห่างจากตัวเมือง วันนี้เราจะพานำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในนิกโก

เมื่อพูดถึงเมืองนิกโกมีธรรมชาติอันงดงามไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ทะเลสาบ หรือน้ำพุร้อน และที่สำคัญคือวัดโบราณที่มีอายุกว่า 1,200 ปีและได้รับประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1999 สถานที่สำคัญรอบเมืองนิกโก

1.สะพานชินเกียว (Shinkyo Bridge , Nikko)

หรือที่เรียกว่า ชิงหรือชิงเคียว มีความสวยติด 1 ใน 3ของประเทศญี่ปุ่น  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนิกโก้ เป็นสะพานศักดิ์สิทธิ์ อยู่บริเวณประตูทางเข้าศาลเจ้านิกโก้ (Nikko Shrine) และวัดต่างๆโดยอยู่ในบริเวณของศาลเจ้าฟูทาระซัง (Futarasan Shrine, Nikko)อย่างกลมกลีน ซึ่งสะพานแห่งนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสามของสะพานที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่นร่วมกับอีกสองแห่งคือ สะพานคินไตเคียว (Iwakuni’s Kintaikyo) และ สะพานไม้โบราณซารุฮาชิ (Saruhashi ) สำหรับโครงสร้างปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1636 และได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อปี 1973 มีการปรับปรุงตั้งแต่ปลายปี 1990-2000meเพื่อความแข็งแรงของสะพานและสามารถเดินข้ามสะพานได้ในปัจจุบัน

 

2.วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple)

หนึ่งเดียวที่เป็นวัดของศาสนาพุทธถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.766 โดยชื่อเดิมคือ วัดชิฮนริวจิ และในปี ค.ศ.810 องค์จักรพรรคิได้ให้ชื่อใหม่ว่า วัดมังงันจิ และเปลี่ยนมาเป็นวัดรินโนจิ ในปี ค.ศ.1869 ตัวสถานที่สำคัญของรินโนจิก็คือ ซันบุตสึโด (Sanbutsudo) ภายในมีพระพุทธรูปแกะสลัก, พระพุทธรูปพันมือ (Senju Kannon), พระพุทธรูปที่มีหัวม้าบนศีรษะ (Bato Kannon)  ตรงข้ามกันกับรินโนจิ ยังมีสวนแบบญี่ปุ่น สวนโชโยเอ็น (Shoyoen Garden) สวนสวยสไตล์เอะโดะที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1815 และบ่อน้ำเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยต้นเมเปิ้ลที่จะเปลี่ยนสีเป็นสีส้มแดงสวยงาม ในฤดูใบไม้ร่วง

3.ศาลเจ้าโทโชงู

ศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก UNESCO World Heritage Site ในปี ค.ศ.1999

ศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก UNESCO World Heritage Site ในปี ค.ศ.1999 เป็นศาลเจ้าที่อุทิศให้แก่โชกุนโทคุงะวะอิเอะยะสุ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน “ศาลเจ้าและวัดของนิกโก” ที่เป็นตัวแทนมรดกโลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มตัวอาคารของศาลเจ้าในปัจจุบันได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 17 โดยภายในมีอาคารเรียงรายที่ถือเป็นสมบัติของชาติถึง 8 หลัง สิ่งก่อสร้าง 55 หลังที่รวมเอาสมบัติอันมีค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญไว้ถึง 34 หลัง โดยรวบรวมเอาช่างฝีมือที่มาจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มารังสรรค์สร้างประติมากรรมงานลงรักชิ้นเอกที่มีสีสันสดใสและสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพแกะสลักที่ต้องดูให้ได้อย่าง “แมวนอนหลับ” ที่สื่อถึงการอธิษฐานขอให้โลกสงบสุข และภาพ “ลิงสามตัว” ที่สือถึงการไม่ดู ไม่พูดและไม่ฟัง ในปี ค.ศ.1636 ได้มีการบูรณะศาลเจ้าครั้งยิ่งใหญ่โดยโชกุนคนที่สามแห่งตระกูล Tokugawa ซึ่งก็คือ Tokugawa Iemitsu ได้ทำการก่อสร้างและปรับปรุงเกือบทุกอย่างใหม่หมดซึ่งก็คือภาพของศาลเจ้าที่เราเห็นอย่างในยุคปัจจุบันนี่เอง

 4.ศาลเจ้าฟุตะระซัง

เป็นศาลเจ้าชินโตในเมืองนิกโก จังหวัดโทจิงิ มักเรียกกันว่า ศาลเจ้านิกโกฟูตาราซัง เป็นสถานที่สักการะเทพเจ้า 3 องค์

 

เป็นศาลเจ้าชินโตในเมืองนิกโก จังหวัดโทจิงิ มักเรียกกันว่า ศาลเจ้านิกโกฟูตาราซัง เป็นสถานที่สักการะเทพเจ้า 3 องค์ คือ โอกูนินูชิ ทาโงริฮิเมะ และอาจิซูกิตากาฮิโกเนะ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1310 ศาลเจ้าฟูตาราซังตั้งอยู่ระหว่างศาลเจ้าโทโชกับสุสานไทยูอิง มีนักท่องเที่ยวมากมายมาเยี่ยมชมสถานที่ทั้งสาม และที่วัดรินโนที่อยู่ใกล้เคียง    ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในรายชื่อเดียวกับศาลเจ้านิกโกโทโชและวัดรินโนภายใต้ชื่อว่า “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ภายในศาลเจ้าเป็นสถานที่เก็บรักษาดาบสองเล่มซึ่งจัดว่าเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น

5.ทะเลสาบซูเซ็นจิ

เป็นทะเลสาบที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,269 เมตร ตัวทะเลสาบเกิดจากลาวที่ปะทุแล้วไหลลงมากลายเป็นหินเมื่อประมาณสองหมื่นปีที่แล้ว (ลึก 163 เมตร) ห้อมล้อมด้วยป่าเขา หากเดินทางมาท่องเที่ยวที่นิกโกช่วงฤดูใบไม้ร่วงท่านจะได้สัมผัสผืนป่าสีส้มแดงงดงามจนละลายตาไม่ได้

 

6.น้ำตกเคะงน

น้ำตกเคงน ที่ทะเลสาบชูเซ็นจิ (โดยเป็นแหล่งที่มาของแม่น้ำโอชิริ) ในอุทยานแห่งชาตินิกโกใกล้กับเมืองนิกโก จังหวัดโทจิงิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งน้ำตกก่อตัวเมื่อแม่น้ำไดยะไหลเป็นเส้นจากการไหลของลาวา มีน้ำตกเล็กๆประมาณ 12 สายอยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของน้ำตกเคงง ซึ่งเกิดจากการรั่วไหลผ่านรอยแตกหลายแห่งระหว่างภูเขาและการไหลของลาวา ที่ความสูงระดับ 97 เมตร ส่งผลให้น้ำตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในสามของน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ในฤดูใบไม้ร่วง หากเดินทางช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีรอบๆบริเวณน้ำตก ยิ่งทำให้น้ำตกริวซูสวยมากขึ้นไปอีกคะ

 

ว๊าว…นี่คือเสน่ห์เมืองนิกโก ประเทศญี่ปุ่นที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโบราณที่ทรงคุณค่าและเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวอย่างยิ่ง

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Wikipedia ,travel.tochigiji. japantravel