“ฮาวทูกัก” กักยังไงไม่ให้น่าเบื่อ EP.01

“ฮาวทูกัก” กักยังไงไม่ให้น่าเบื่อ EP.01

 

               ถ้าจะพูดถึงโควิด19 ยังระบาดอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ เรียกได้ว่าก็ยังคงความน่ากลัวและน่าเป็นห่วง ซึ่งทำให้หลายคนไม่อยากออกจากบ้านไปไหน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่ต้องออกไปเจอเชื้อโรคด้านนอก เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเราจะออกไปเจอกับเจ้าไวรัสนี้รีเปล่า ตอนนี้ #การกักตัว อยู่เพียงแต่ในบ้านเลยไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศทำกัน ยังมีคนที่ต้องเฝ้าดูอาการตัวเองเนื่องจากไปอยู่ในที่สุมเสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อเดินทางไป หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ไม่ด้อยู่ในกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อหลายท่านก็เลือกที่จะอยู่แต่บ้านเพื่อลดการออกไปเสี่ยงเจอเชื้อโรค แต่อยู่บ้านอย่างเดียวก็น่าเบื่อ เราทุกคนก็รู้แหละค่ะว่างานกิจกกรรมยามว่างมันมีเยอะแยะไปหมดแต่หลายทีเราก็คิดไม่ออก

  วันนี้เราเลยมี #ฮาวทูกัก กักยังไงไม่ให้น่าเบื่อ 15 กิจกรรม  ให้ผู้ที่ต้องกักตัวไม่ว่าจะเป็นในกรณีไหน ลองดูลองอ่านเพื่อเป็นแนวทางแก้เบื่อค่ะ!!

 

                1.กักทั้งทีสุขภาพดีก็ต้องมา!!

 เรากักตัวเพื่อป้องกันตัวเองจากไวรัส แต่เราต้องอย่าออกกำลังกายเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย การออกกำลังเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เป็นผลดีกับสุขภาพมา  มีการออกกำลังกายหลายอย่างที่สามารถทำได้ในที่ร่มหรือในพื้นที่ที่จำกัด อย่างเช่น โยคะ การเต้นแอโรบิค รำมวยไทเก็ก การกระโดดเชือก(อันนี้อาจต้องใช้พื้นที่กว้างขึ้นอีกนิด) หรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอตามคลิปในอินเตอร์เน็ตที่เราหาได้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องยากเลย มีคลิปสอนเต้น สอนโยคะ ของทั้งไทยและเทศให้เราได้ดูกันเยอะแยะไปหมด หรือแม้แต่เทคนิคการเล่นเวทจากอุปกรณ์ง่ายๆที่ทำได้เองอย่างขวดน้ำ ถ้าจะให้แนะนำก็ อาทิเช่น

                ช่อง  :: Booky Healthyworld ของ คุณบุ๊คกี้ เป็นการออกกำลังกายง่ายๆคลายคลิปทำได้ในพื้นที่ที่จำกัด มีคลิปสอบนทำอาหารง่ายๆ เพื่อสุขภาพด้วยล่ะ

 

                ช่อง :: Bebe Fit Routine ของ คุณเบเบ้ ที่ทั้งสนุกและทั้งเหนื่อย ออกแนวการคาร์ดิโอแบบเต้น ซึ่งทำตามได้ง่ายและสะดวกแม้อยู่ในบ้าน เรียกว่าพี่เบเบ้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยล่ะค่ะถ้าอยากเรียกเหงื่อจากการออกกำลังกาย

 

                ช่อง :: Jump Rope Dudes ช่องสอนกระโดดเชือก และให้คำแนะนำ ทริค เกี่ยวกับการกระโดดเชือก การกระโดดเชือกของคุณจะไม่เดียวดายอีกต่อไป แนะนำช่องนี้เลยค่ะเพราะเขากระโดดจับเวลาให้เราทำตามได้เลย ราวกับมีเทรนเนอร์มาโดดด้วยเลยล่ะ

 

ช่อง :: Tara Stiles’s channel ของ เทรนเนอร์ Tara Stiles คลิปส่วนใหญ่จะออกไปทางสอนโยคะ ซึ่งมีหลายระดับเลเวลให้เราเลือกดูและทำตามได้ เพราะมีคลิปสอนตั้งแต่การเล่นโยคะระดับผู้เริ่มต้นจนไปถึงระดับแอดวานซ์ ที่แม้แต่บนเตียงนอนคุณก็เล่นโยคะแบบสวยๆได้ถ้าดูช่องนี้

 

                ช่อง :: Blogilates’s channel ของ  Cassey Ho คลิปส่วนใหญ่จะเป็นการประยุกต์การออกกำลังกายแบบพิลาทีสเข้ากับจังหวะเสียงเพลง เรียกว่า Pop Pilates นอกจากนี้เธอยังอัพคลิปในทุกๆ สัปดาห์ ให้ได้ออกกำลังกายตามอย่างเป็นประจำ อีกทั้งเธอยังได้ทำ ตารางออกกำลังกายประจำทุกเดือน  เรียกว่าเอามาเป็นการไกด์ในการออกกำลังกายของเราให้แต่ละเดือนได้เลย

 

ช่อง :: The Inner Studio ของ  สถาบันสอนเต้น  The Inner Studio มีทั้งเพลงไทย ป๊อป หมอรำ ลูกทุ่ง เกาหลี อินเตอร์ แทบจะเรียกได้เลยว่ามีเพลงทุกแนวที่เขานำมาทำคลิปออกกำลังกายที่เต้นตามได้ไม่ยากเลย

 

ช่อง :: The Fitness Marshall ช่องนี้คือแบบงานสายเต้นที่แท้ทรู เป็นการเต้นที่ออกกำลังกายได้สนุก มันส์  และเซ็กซี่ทุกครั้งที่ได้เต้นตามเขา อันนี้แอดมินการรันตี ซึ่งถ้าเต้นในคลิปนั้นทำตามได้จริง ไม่ยากเกินความสามารถและที่สำคัญเต้นเมื่อไรอินเนอร์มาเต็มทุกครั้ง เรียกได้ว่าองค์แม่แทบจะลงผู้เต้นตามเลย

อันนี้แค่ช่องตัวอย่างที่แนะนำพอสังเขปนะคะ ถ้าให้แนะนำหมดน่าจะต้องเขียนตอนพิเศษเพิ่มเพราะเยอะมากอย่างสายเคป๊อปก็มี K-Kardio Dance/Sunny Funny Fitness/조싀앤바믜 Josh & Bamui เยอะไปหมดจริงๆ เดียววันไหนแอดมินว่างๆจะทำรวมลิสให้อีกทีนะคะ

*————————————*

                2.เวลาเยอะขนาดนี้ งานครัว ต้องมาแล้วล่ะแม่!!

อาจนับว่าเป็นฤกษ์งานยามดีอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณมีเวลาว่างเข้าครัว  ไม่ว่าจะการฝึกทำอาหารคลีน อาหารไทย อาหารเทศ หรือแม้แต่อบขนมทำเบเกอร์รี่ อ๊ะ!!รู้นะว่าคิดอะไรอยู่จะบอกว่าการเรียกทำอาหารเนี้ยมันต้องไปซื้อของใช่มั้ย โดนกักตัวมันซื้อไม่ได้ เลิกความคิดนั้นไปเลยค่ะ เดียวนี้มีบริการสั่งซื้อของออนไลน์ได้สะดวกมาก ถ้าเข้าเน็ตมาอ่านบทความนี้ได้การช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม มีทั้งบริการสั่งของผ่านแอพมากกว่ามากยหรือแม่แต้ห้างหลายห้างตอนนี้ก็มีเว็บไว้สั่งซื้อสินค้าได้ ไม่ว่าจะ หมู เห็ด เป็ด ไก่ พริก กระเทียม หรืออุปกรณ์ทำอาหารยังหาซื้อได้เลยค่ะ ได้อุปกรณ์และวัตถุดิบแล้วรายการอาหารที่จะเรียนก็หาไม่อยากค่ะ บนอินตอร์เน็ตมีบทความเกี่ยวกับการทำอาหารเยอะมากหรือแม่แต่ในยูทูปก็มีหลายช่องที่สอนทำอาหารค่ะ นอกจากจะได้ฝึกทำอาหารแล้ว ยังได้ฝึกสมาธิ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายจากจากมนูอาหารที่เราทำ เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เราละเอียดและรอบคอบขึ้น  และเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเราได้ค่ะ คำว่าเสน่ห์ปลายจวักเป็นสิ่งที่ใครก็มีได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเพศไหน และที่สำคัญที่สุดในการได้ทำอาหารเอง คือเราจะได้กินสิ่งที่เราอยากกิน กินในสิ่งที่ดีต่อเราเองค่ะ

*————————————*

                3.Time to Chang  เก็บ ทิ้ง เปลี่ยน !!

อันนี้หมายถึงจัดบ้านนะคะไม่ได้หมายถึงให้เปลี่ยนแฟน ฮิฮิ ว่างขนาดนี้ก็เก็บบ้านสิค่ะ ทำความสะอาด เก็บของที่ไม่ใช้ วางแพลนแต่งห้องใหม่ ถ้าเราเบื่อบรรยากาศเดิมๆเราก็ต้องลองเปลี่ยนแปลงบรรยากาศรอบตัวดูค่ะ อะไรที่ดีต่อใจก็เก็บไว้ แต่อะไรที่คิดว่ามันไม่มีประโยชน์แล้วก็เก็บเตรียมทิ้งไปเลยค่ะ หรือดูว่าของชิ้นไหนเราบริจาคไปที่ไหนได้บ้าง ก็ดูเก็บแยกให้เรียบร้อย หลังจากพ้นช่วงกักตัวแน่ใจว่าเราไม่มีอาการป่วยก็ไล่คลียร์ไล่ทิ้งหรือบริจาคของที่เราแยกไว้ได้เลยจ้า ในส่วนของคนที่คิดยังไงก็ไม่ออกสักทีว่าจะแต่งห้องแบบไหนทำอะไรได้บ้าง ก็ลองดูสไตล์การแต่งห้องจากในเน็ตได้เลยค่ะ หาคลิปทำของง่ายๆเพื่อการแต่งห้องมาดู แล้วลองปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสิ่งของที่เรามีหรือห้องของเราค่ะ

*————————————*

 

                4.อ่านหนังสือสิค่ะ!

                มาถึงตรงนี้ใครไม่ใช่สายอ่านหนังสือ อาจถึงกับร้องยี้!ขึ้นมา แต่บอกเลยค่ะว่าการอ่านหนังสือมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คุณคิดหรอก คุณแค่อาจจะยังหาแนวที่ตัวเองชอบไม่ได้ หนังสือมีหลายประเภทนะคะ ก็เหมือนหนังแหละค่ะ เอาจริงๆหนังหลายเรื่องก็ทำมาจากนวนิยายหรือได้แรงบรรดาลใจมาจากการอ่านหนังสือเช่นกันค่ะ หรือแม้แต่การแต่งเพลง ศิลปินหลายคนก็ได้รับแรงบรรดาใจจากการอ่านหนังสือ อย่างเช่น วงบังทันโซยอนดัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ วงบีทีเอส (ไม่ใช่รถไฟฟ้านะคะ ถึงในด้อมบางทีเราจะเรียกแบบนั้นก็เถอะ ฮาฮ่า) ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Blood Sweat & Tears” ที่เต็มไปด้วยการอ้างอิงถึงหนังสือที่ชื่อ  “เดเมียน” ยังมี “Spring Day” ที่มีความเกี่ยวข้องกับหนังสือเรื่อง “The Ones Who Walk Away from Omelas” หรือจะเป็น “INTO THE MAGIC SHOP” เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง “Magic Shop” ไอดอลคนอื่นที่ได้แรงบัลดาลใจจากการอ่านก็มีอีกหลายคนนะคะ และไม่ได้มีแต่สายเกาหลีสำหรับนักร้องไทยหรือฝังอินเตอร์ก็มีค่ะ

                ส่วนในด้านของภาพยนตร์  คนส่วนมากคิดว่าหนังที่มาจากหนังสือเป็นแนวแฟนตาซี เด็กๆ สนุกสนาหเท่านั้น ไม่เลยค่ะ มีหลากหลายแนวมาก  ไม่ว่าจะเป็น  “IT อิท โผล่จากนรก”  “Wonder ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัส” “Call Me By Your Name ” “ADog’s Purpose”  “Kimi NoSuizo Wo Tabetai ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ” “THE SHACK กระท่อมเหนือปาฎิหารย์” “Before I Fall ตื่นมาทุกวันฉันตาย”  “The Zookeeper’s Wife”  “Fitty Shades Darker” “มังกรหยก” “กระบี่เย้ยยุทธจักร” “อุ้ยเสี่ยวป้อ” “James Bond”  “Narnia นาร์เนีย”  “Kim Ji Young Born 1982 คิมจียอง เกิดปี 82”  “ความสุขของกะทิ”  “มหา’ลัยเหมืองแร่” “ทวิภพ”  “ข้างหลังภาพ” หรือแม้แต่ภาพยนตร์ที่ทำให้เด็กในยุคหนึ่งรอจดหมายจากโรงเรียนเวตมนต์อย่าง“แฮร์รี่พอตเตอร์” ก็มาจากนวนิยายค่ะ คำถามมักจะเกิดขึ้นตามมาคือ มีหนังแล้วจะไปอ่านทำไม? รับรองได้เลยค่ะว่าการอ่านจะทำให้คุนเปิดโลกไปไกลขึ้นอีก มันเป็นการได้ใช้จินตนาการ ได้มากขึ้น เพราะหนังส่วนมากถูกจำกัดด้วยเวลา แต่หนังสือจะอัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ผู้เขียนถ่ายทอดมาให้เรา อย่างเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ หนังสนุกนะคะ ไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าคุณอ่านหนังสือคุณจะพบว่าเวตมนต์มันอลังการงานสร้างมาก ความสัมพันธ์ของตัวละคร หรือความน่ารักเล็กน้อยที่ไม่ได้ใส่เข้าไปในภาพยนต์จะทำให้คุณรักตัวละครพวกนั้นมากขึ้น  คุณเกลียดเดรโก มัลฟอยไม่ลงแน่ถ้าอ่านหนังสือ และคุณจะแยกความต่างของฝาแฝดบ้านวิสลีย์ได้แน่นอน ที่เขียนมาเนี้ยยังไม่ถึงครึ่งของหนังหรือภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือเลยนะคะ การอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไร นิตยสารท่องเที่ยว หนังสือแฟชั่น หนังสือการ์ตูน หนังสือยาย หรือประวัติศาสตร์ ก็อ่านได้หมดนะคะ

                ถ้าพูดเรื่องหนังสือพูดยาวจริงค่ะเพราะแอดมินเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก หนังสืออย่างเดียวที่ไม่ค่อยอ่านถ้าไม่จำเป็น น่าจะเป็นหนังสือสอบค่ะ(เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ เด็กๆอย่าทำตาม!)  ถ้าอยากให้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับหนังสือก็คอมเม้นบอกไว้ในเพจเฟสของบริษัทได้นะคะ เดียวแอดมินรวบรวมทำให้ค่ะ

*————————————*

                5.งาน โอริงามิ ก็แก้ว่างดีนะ

                สำหรับหลายคนที่ยังไม่รู้จักแอดมินจะอธิบายให้ฟังนะคะ  โอริงามิ : 折り紙 คำว่า โอริ แปลว่า “การพับ” และ กามิ แปลว่า “กระดาษ”  เป็นศิลปะในการพับกระดาษแขนงหนึ่งของญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งเสน่ห์อย่างหนึ่งของการ พับโอริงามิ  จะเป็นการที่ส่วนมากจะไม่มีการตัดกระดาษค่ะ เชื่อกันว่าการทำโอริงามิมีมาตั้งแต่ยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1867) ซึ่งกระดาษที่จะเอามาใช้ทำ โอริงามิ ต้องการความคงตัวของรอยพับ เพราะฉะนั้นกระดาษที่พับแล้วยังคงรอยพับอยู่สามารถนำมาพับโอริงามิได้ทั้งหมด ควรเป็นกระดาษบางแต่ไม่ขาดง่าย ส่วนใหญ่จะกระดาษสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดตั้งแต่ 2.5 เซนติเมตร จนถึง 25 เซนติเมตร  กระดาษธนบัตรก็สามารถนำมาพับโอริงามิได้เช่นเดียวกัน มีการซ่อนพับในโลฏออนไลน์เยอะมากทั้งในแบบรูปบทความหรือคลิปสอน  หรือถ้ารูปสึกว่าแบบนี้มันญี่ปุ่นไปอยากได้แบบไทยๆแนะนำงานพับเหรียญหรือค่ะ อันนี้ไม่ได้ประชดนะ การพับเหรียญเดียวมีหลายรูปแบบมาก ลองฝึกมือฝึกปรืออยู่ที้บานทำสะสมไว้ดีไม่ดีอาจกลายเป็นรายได้ของเราได้เลยนะคะ

*————————————*

                6.คลาสศิลปะ  วาด  เพ้นท์ ฝึกสมาธิเต็มทีเลยจ้า

                ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้กล่าวไว้ว่า “  ศิลปะไม่ได้สอนให้วาดรูปเป็น แต่สอนให้รู้จักการใช้ชีวิต ” ศิลปะมีหลายแขนงค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นการวาดรูปเหมือนเพียงอย่างเดียว เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งมาอยู่แล้ว แต่งานศิลป์เป็นเรื่องของการฝึกฝน  การสร้างความอดทน การใช้จินตนาการ การได้ใช้ความรู้สึก ปลดปล่อยตัวเอง ทำให้เราละเอียดอ่อนขึ้น ช่างสังเกตและจดจำ ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การลงสี การถ่ายรูป ก็เป็นงานศิลปะค่ะ  เริ่มจากวาดสิ่งง่ายๆใกล้ตัว ของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สเกตระบายสีง่ายๆ

                และงานศิลปะไม่จำเป็นต้องแพงค่ะ เราเริ่มจากสิ่งง่ายๆที่เรามีได้ แค่ดินสอหรือปากกากับกระดาษหรือแสมุดธรรมดาเล่มหนึ่ง เราก็สามารถฝึกมือวาดรูปได้เล้วไมต้องซื้อของเพิ่มก็ได้ค่ะ

*————————————*

                เป็นยังไงกันบ้างค่ะ กับกิจกกรมจาก EP01 ของเรา ยังไงก็ฝากติดตามบทความของทางเราด้วยนะคะ อีกไม่นานเกินรออีพีสองตามมาแน่ค่ะ

กดแชร์ กดไลค์ ให้เราทางเพจเฟสบุ๊คของเราได้เลยค่ะ
เพจหลัก >> Days Plus Travel

.
รู้ยัง เดย์พลัสมียูทูป ด้วยน่าาา ฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์ให้เราด้วยนะคะะ
Youtube >> Days Plus Travel
ตัวอย่างคัดซีน ความรั่วอีพีแรกกก